การเตรียมการออกปฏิบัติภารกิจ
 

   ตามที่ กองทัพบก ได้มอบภารกิจให้ ร.๑๖ พัน.๒ จัดกำลังสนับสนุนการแก้ไขปัญหา ในพื้นที่ ๓ จชต. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๔๙ ห้วงตั้งแต่ ต.ค.๔๘ - ม.ค. ๕๐ นั้น หน่วย ได้มีการวางแผน และฝึกเตรียมการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของหน่วยให้เกิดความพร้อมสูงสุด ในการจัดกำลังหน่วยจัดกำลังออกปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จชต. จำนวน ๘๒๖ นาย โดยรับผิดชอบในพื้นที่ ปัตตานี (รับผิดชอบ จำนวน ๔ อำเภอ คือ อ.ยะหริ่ง,อ.ปะนาะเระ,อ.สายบุรี และ อ.ไม้แก่น )
    ในการปฏิบัติงานในครั้งนี้ ใช้นามหน่วยว่า หน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ (พัน.ร.๑๖๒) โดยมี พ.ท.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ ผบ.ฉก.๒๒ (ยศ.ขณะนั้น ปัจจุบัน ยศ. พ.อ. ดำรงตำแหน่ง เสธ.ร.๑๖) ขึ้นการบังคับบัญชาโดยตรง กับ หน่วยเฉพาะกิจที่ ๒ ซึ่งผลการปฏิบัติงานงของหน่วย   หน่วยสามารถปฏิบัติภารกิจได้ตามนโยบายของหน่วยเหนือเป็นอย่างดี และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานทุกภาคส่วน..........
การเคลื่อนย้ายหน่วย

ส่วนล่วงหน้า จัดกำลัง ๑ ใน ๓ เคลื่อนย้ายในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘ ด้วยรถยนต์ จ้างเหมา โดยจังหวัดทหารบก ร้อยเอ็ด เป็นผู้ดำเนินการ จำนวน ๖ คัน เคลื่อนย้ายจากที่ตั้งปกติ เข้าที่รวมพลขั้นต้น ณ กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๕ ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พัก ๑ คืน หลังจากนั้น เคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ ในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๘ กองทัพภาคที่ ๔ ส่วนหน้า จัดยานพาหนะสนับสนุน

ขบวนยานพาหนะ และสิ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมกำลังพลรักษาความปลอดภัย เคลื่อนย้ายโดยรถไฟ บรรทุกและเคลื่อนย้ายจากตำบลต้นทาง ณ สถานีรถไฟอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๔๘ ถึง ตำบลปลายทาง สถานีรถไฟ ชุมทาง อำเภอหาดใหญ่ ในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๘ เข้าที่รวมพลขั้นต้น ณ กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๕ ค่ายเสนาณรงค์ พัก ๑ คืน หลังจากนั้นเคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ ในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๘ ง

กำลังพลส่วนใหญ่ เคลื่อนย้ายในวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๘ ด้วยรถยนต์จ้างเหมา โดยจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด เป็นผู้ดำเนินการ จำนวน ๑๐ คัน เคลื่อนย้ายจากที่ตั้งปกติ เข้าที่รวมพลขั้นต้น ณ กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๕ ค่ายเสนาณรงค์ พัก ๑ คืน หลังจากนั้นเคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ ในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๘ กองทัพภาคที่ ๔ ส่วนหน้าจัดยานพาหนะสนับสนุน


 

 
การปฏิบัติด้านการข่าว
   


สภาพพื้นที่ปฏิบัติการ
ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกติดทะเลจีนใต้ ด้านทิศใต้ ติด อำเภอมายอ ,อำเภอทุ่งยางแดง,อำเภอกระพ้อ จังหวัดปัตตานี และ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ด้านทิศตะวันตก ติด อำเภอเมือง และอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี การตั้งบ้านเรือนราษฎรส่วนใหญ่เป็นเขตชนบท จะมีการตั้งบ้านเรือนที่หนาแน่นเฉพาะในพื้นที่เขตเทศบาล โดยหน่วยจะรับผิดชอบเฉพาะพื้นที่รอบนอก สำหรับเขตเทศบาล เป็นพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจรวมมีตำบลที่หน่วยต้องรับผิดชอบ ๔๓ ตำบล ๒๑๔ หมู่บ้าน

ด้านศาสนา ประชากรส่วนใหญ่ ๙๐ % นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือนับถือศาสนาพุทธ

สำหรับชุมชนไทยพุทธ ซึ่งเป็นประชากรส่วนน้อย ในพื้นที่ มีการแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือชุมชนไทยพุทธที่มีความเข้มแข็ง สามารถป้องกันตนเองได้ และ ชุมชนไทยพุทธที่ล่อแหลม ไม่สามารถป้องกันตนเองได้

ด้านการศึกษา สำหรับสถานศึกษาในพื้นที่มีทั้งโรงเรียนในสายสามัญ ,โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา

สภาพด้านเศรษฐกิจ ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมงชายฝั่ง ,การเลี้ยงปลาในกระชัง และอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำนา ,ทำสวนยางพารา และปลูกไม้ผล เป็นต้น รายได้เฉลี่ยประชากรในพื้นที่ประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาท/คน/ปี

 

 



การปฏิบัติด้านการข่าว หน่วยได้พิสูจน์ทราบโครงสร้างหมู่บ้านจัดตั้งจากข่าวสารที่ไดรับ มีการแบ่งมอบความรับผิดชอบ การปฏิบัติงานด้านการข่าว ถึงระดับ ชป. ซึ่งรับผิดชอบ ชป.ละ ๔-๕ หมู่บ้าน โดยกำหนดให้ หน.ชป. เป็นผู้รายงานข้อมูลข่าวสาร ซึ่งได้จากแหล่งข่าวในหมู่บ้าน ซึ่งได้มีการจัดตั้งไว้อย่างน้อยหมู่บ้านละ ๑ และหน่วยจะพิจารณาการใช้แหล่งข่าวจากลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน ชรบ., อรบ., ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำศาสนา และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ ทั้งนี้หน่วยได้มีการจัดประชุมเจ้าหน้าที่ทางด้านการข่าวสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง เพื่อรวบรวมสรุปข่าวสารและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์และในทุกสัปดาห์ พร้อมกันนี้หน่วยจะจัดผู้แทนหรือ จนท. ทางด้านการข่าวเข้าร่วมประชุมที่ กอ.สสส.อ.ทุกสัปดาห์ ซึ่งหากได้รับการรายงานข่าวสารที่สำคัญก็จะมีการกระจายข่าวสารไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้อง
สรุป

หน่วยสามารถนำข่าวสารที่ได้รับจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ นำมา ดำเนินกรรมวิธีต่อข่าวสาร วิเคราะห์,ประเมินผล และวางแผนการปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้กลุ่มแกนนำแนวร่วมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่รับผิดชอบ เข้ารายงานตัวตาม พ.ร.ก. และ เข้ามอบตัวอย่างต่อเนื่อง....

 

เนื่องจากพื้นที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานของหน่วย จำนวน ๔ อำเภอ เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ทำให้หน่วยไม่สามารถจัดกำลังเข้าไปปฏิบัติงานด้านยุทธการได้ทั่วถึง กอ.สสส. ของแต่ละอำเภอ จึงได้มีการบูรณาการกำลัง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยได้มีการแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานทางด้านยุทธการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนแต่หน่วยยังคงปฏิบัติงานด้านการข่าวและงานด้านกิจการพลเรือน ใน ๔๓ ตำบล ๒๑๔ หมู่บ้าน
การรักษาความปลอดภัยวัดและชุมชนไทยพุทธที่มีความเสี่ยง ซึ่งได้มีการกำหนดหน่วยที่รับผิดชอบพื้นที่ในการ รปภ. ชุมชนไทยพุทธ อย่างชัดเจน ในส่วนของหน่วยได้ใช้กำลังจาก ร้อย นขต.ฯ ที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ ดำเนินการด้วยวิธีการ ลว. เฝ้าตรวจ หรือจัดชุดซุ่มอยู่อย่างต่อเนื่อง การจัดตั้งกำลังประชาชนเข้มแข็งและการติดตั้งเครื่องมือติดต่อสื่อสาร, เครื่องมือแจ้งเตือนภัยให้กับชุมชนไทยพุทธที่ล่อแหลม, วัดและสำนักสงฆ์ ทั้งนี้หน่วยยังได้จัดตั้งข่าย การติดต่อสื่อสารของชุมชนไทยพุทธขึ้นมาโดยเฉพาะ
การรักษาความปลอดภัยครู การจัดกำลังในการรักษาความปลอดภัยครูในพื้นที่ หน่วยได้มีการประชุมที่ กอ.สสส.อ.ในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยระหว่าง จนท. ๓ ฝ่าย ร่วมกับผู้อำนวยการของแต่ละโรงเรียน เพื่อวางแผนบูรณาการการใช้กำลังในการ รปภ.ครู ซึ่งแผนการ รปภ.ครู และโรงเรียนจะมาจากความต้องการของครูว่าจะให้ จนท.ปฏิบัติอย่างไร เช่น ใช้การรับส่ง หรือให้ ลว.เส้นทาง ทั้งนี้หน่วยยังได้มีการจัดตั้งข่ายการติดต่อสื่อสารในการรักษาความปลอดภัยครูขึ้นมาโดยเฉพาะ
การปฏิบัติงานด้านยุทธการหน่วยได้นำยุทธวิธี ๓ เกาะติด คือ เกาะติดพื้นที่ เกาะติดประชาชน เกาะติดข้าศึก มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ด้วยการจัดกำลัง ลว. ตามเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ การ ลว. ด้วยการเดินเท้า โดยระหว่างการ ลว. จะปฏิบัติสลับกับการตั้งจุดตรวจทางยุทธวิธี โดยการปฏิบัติทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้ง การปฏิบัติการ จรยุทธ์ในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งการจัด กพ. ลว.จรยุทธ์ ในระดับกองร้อย ของหน่วยจะจัด กพ. จำนวน ๒ ใน ๓ จากทั้งหมด โดยแบ่งมอบความรับผิดชอบ ตำบลละ ๒ ชป. รวมทั้งหมด ๘ ชป. ต่อ ๔ ตำบล โดยจะเหลือ กพ. อยู่ในฐาน ปบ.การ จำนวน ๑ ใน ๓ โดยมีห้วงการปฏิบัติ ๕ - ๗ วัน และจะมีการหมุนเวียนการจัด ชุดปฏิบัติตามความเหมาะสม โดยพื้นที่ในการปฏิบัติการ ลว.จรยุทธ์ ของหน่วย จะพิจารณาดำเนินการในพื้นที่ที่มีการก่อเหตุ พื้นที่เสี่ยงพื้นที่ที่มีการจัดตั้งของกลุ่มแกนนำ/แนวร่วม และพื้นที่ที่มีข่าวสารความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง และหน่วยได้มีการบูรณาการใช้กำลังโดยจัด กพ. จากหน่วย นขต. ร่วมกับ จนท. จากหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ตชด. , ตร.ยุทธศาสตร์, ทหารพราน และ ทหารเรือเพื่อปฏิบัติการ ลว.จรยุทธ์ ร่วมกันในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย และพื้นที่ปฏิบัติการของหน่วยข้างเคียง

สำหรับการใช้กำลังประชาชนในส่วนของ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อาสาสมัครรักษาหมู่บ้าน และลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน หน่วยได้มีการประสานการปฏิบัติกับ กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขระดับอำเภอ โดยให้กำลังดังกล่าวทำการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินภายในหมู่บ้าน , วัด และ โรงเรียน โดยหน่วยได้จัดกำลังของหน่วย และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่มาขึ้นควบคุมทางยุทธการ ออกพบปะเยี่ยมเยียนให้คำแนะนำและปฏิบัติงานร่วมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการฝึกทบทวน กองร้อย อรบ. เดือนละ ๑ ครั้ง และร่วมกับ ชุดครูฝึก ของกองกำลังสันติสุข ทำการฝึกทบทวน ชรบ. และดำเนินการ จัดตั้งกองร้อย อรบ. อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแบ่งมอบ ให้กองร้อย รับผิดชอบ เป็นพี่เลี้ยง ดูแลกำลัง อรบ.และ ชรบ. ในพื้นที่

- สำหรับการตรวจยึดอาวุธ ในพื้นที่ของหน่วย จำนวน ๔ ครั้ง ดังนี้.*
- เมื่อ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๘ เวลา ๒๔๐๐ หน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร อำเภอยะหริ่ง ทำการตอบโต้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ลักลอบเผารถยนต์และกุฎิวัดตะเคียนทอง ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี สามารถยึดปืนพกชนิดลูกโม่ จำนวน ๑ กระบอก พร้อมกระสุน ๖ นัด และวัตถุพยานอื่น ๆ อีกหลายรายการ
- เมื่อ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๘ เวลาประมาณ ๐๕๐๐ หน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน ๔๓ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจ อำเภอสายบุรี ทำการปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ ๘ หมู่ ๖ บ้านจลาโก ตำบลมะนังดาลำ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นบ้านของนาย อัมดี อายุ จากผลการตรวจค้น ตรวจพบอาวุธปืน เอ็ม. ๑๖ จำนวน ๑ กระบอก อาวุธปืนสั้น จำนวน ๕ กระบอก ,วัตถุระเบิด, กระสุนปืน, โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบอีก จำนวน ๘๗ รายการ
- เมื่อวันที่ เมื่อ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เวลา ๐๕๕๐ หน่วยจัดกำลัง จำนวน ๒ ชป. ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน ๔๑ ทำการตรวจค้นบริเวณ ตำบลตะโละ และ ตำบลตันหยงดาลอ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ผลการตรวจค้น พบอาวุธปืน เอ็ม ๑๖ เอ ๑ จำนวน ๑ กระบอก กระสุน จำนวน ๕๑ นัด และอาวุธปืน เอเค ๔๗ จำนวน ๒ กระบอก กระสุน จำนวน ๒๐ นัด
- เมื่อวันที่ ๒๐ และ ๒๑ กรกฏาคม ๒๕๔๙ กรณีเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบโจมตีสถานียุทธศาสตร์เตราะบอน จากการไล่ติดตามและขยายผลของ หน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ,หน่วยทหารพรานเฉพาะกิจที่ ๔๓, และ ที่ทำการทางยุทธวิธีของหน่วยเฉพาะกิจที่ ๒ สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้จำนวน ๑๐ กระบอก และยุทโธปกรณ์ จำนวนหนึ่ง
  การยึดอาวุธปืนคืนจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ โจมตีสถานียุทธศาสตร์เตราะบอน  

 

   

การปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือน ฉก.๒๒/พัน.ร.๑๖๒ ได้น้อมนำแนวพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือ " เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ด้วยการปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ โดยรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ของหน่วย และพบปะกับผู้นำทางศาสนา , ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน พร้อมทั้งร่วมงานประเพณีของชาวไทยพุทธและมุสลิม ในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการปฏิบัติในห้วงที่หน่วยรับผิดชอบนั้น สามารถปฏิบัติได้ตามนโยบายและแนวทางที่หน่วยเหนือกำหนด เช่น
ก. การดำเนินการด้านกิจการพลเรือน ๑) การเสริมสร้างความเข้าใจกับประชาชนและการสืบสภาพ - หน่วยได้ดำเนินการจัด กพ.เข้าไปพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการจัด กพ.เข้า ร่วมหรือส่งเสริมกิจกรรมของชุมชนซึ่งในการปฏิบัติจะมีการดึงผู้นำต่าง ๆ ในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม โดยจะนำไปสู่การเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยจะมีการสอบถามความต้องการหรือศึกษาธรรมชาติของชุมชนในขั้นต้นก่อนเข้าดำเนินการ เช่น การร่วมพัฒนาพื้นที่ของชุมชน,การให้ความรู้ด้านการเกษตร ซึ่งการปฏิบัติในแต่ละพื้นที่จะต้องเป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง
๒) การสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร - หน่วยได้มีการพัฒนากลุ่มพลังประชาชน ชรบ., อรบ.ด้วยการฝึกทบทวน และ การจัดตั้งใหม่ ตลอดจนการจัดให้มีการประชุมแบบมีส่วนร่วม เพื่อแนะนำแนวทางในการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
๓) การสนับสนุนพลเรือน - หน่วยได้มีการพัฒนาสัมพันธ์ด้วยการส่งเสริม และเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งเข้าไป ดำเนินการช่วยเหลือหรือบริหารชุมชนสถานศึกษา และส่วนราชการทั้งในแผนการปฏิบัติงานของ หน่วยหรือตามที่ได้รับการร้องขอในขีดความสามารถ


ข.การปฏิบัติการจิตวิทยา
    - หน่วยได้มีการเน้นย้ำและสร้างความตื่นตัวให้กับกำลังพลในการปฏิบัติงานให้อยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท พร้อมทั้งจัดกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในกรณีที่ได้รับผลกระทบจากกรณีต่าง ๆ และปฏิบัติการตอบโต้ ต่อต้านกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ ด้วยการจัดกำลังพลเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ค.การประชาสัมพันธ
์     - หน่วยได้มีการพัฒนาสัมพันธ์กับผู้นำต่าง ๆ ส่วนราชการ / องค์กรส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และดำเนินการเผยแพร่ข่าวสารที่เป็น ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของหน่วย ด้วย สื่อบุคคล สื่อมวลชน และสื่อกิจกรรม อย่างต่อเนื่อง
ง.การปลูกฝังอุดมการณ์ทางการเมือง
    - หน่วยได้ดำเนินการจัดกำลังพลเข้าทำการอบรมปลูกฝังให้ประชาชนสำนึกในความเป็นไทย ความรัก ความสามัคคี ปรองดอง ของคนในชาติ ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีองค์พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นองค์พระประมุข

กิจกรรมด้านกิจการพลเรือนที่สำคัญของหน่วย
    - เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ได้จัดทำสกรุ๊ปรายการพิเศษ เกี่ยวกับการส่งเสริมการทำปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพให้กับราษฎรในพื้นที่ อำเภอสายบุรี
     - ห้วงเดือน ธันวาคม ๒๕๔๘ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ธันวาคม ถึงปลายเดือน ได้เกิดอุทกภัยขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก หน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ จึงได้จัดกำลังเข้าช่วยเหลือราษฏร ด้วยการรักษาพยาบาล พร้อมทั้ง ร่วมกับทางอำเภอขนย้ายเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น เพื่อแจกจ่ายให้กับราษฎร ตลอดจนได้ดำเนินการ ก่อสร้างและซ่อมแซมที่พักอาศัยให้กับราษฎรที่ยากไร้ อันเนื่องมาจากอุทกภัย

- เมื่อ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๔๙ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ ,รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ ได้เข้าร่วมงานตำบลสานสัมพันธ์สันตสุขเฉลิมพระเกียรติตำบลน้ำบ่อ ณ หาดแฆแฆ บ้านแฆแฆ บ้านน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยให้การสนับสนุนชุดแพทย์เคลื่อนที่,ชุดช่างบริการตัดผม,จัดบอร์ดแสดงการปฏิบัติงานของหน่วย และจัดแสดง"อาวุธไทยโบราณ" เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธาน ผลการปฏิบัติราษฎรให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
- เมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๙ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ และ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ ได้เข้าร่วมการเสวนาระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจที่ ๒๒ กับเด็กนักเรียน โรงเรียนวัฒนธรรมอิสลามพ่อมิ่ง ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ,ฝ่ายปกครอง ,ผู้นำศาสนา,กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,ผู้บริหารโรงเรียน,คณะครู และนักเรียน เข้าร่วมเสวนา โดยมี นายอำเภอปะนาเระ เข้ามาร่วมรับฟังการเสนวนาดังกล่าว ซึ่งผลการปฏิบัติ ผู้เข้าร่วมการเสวนาให้การต้อนรับ กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
    - เมื่อ ๓ ต.ค.๔๙ พิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ฯ ต.บาโลย โดยมี พ.อ.เรืองศักดิ์ สุวรรณนาคะ ผบ.ฉก.๒ ประธานในพิธีซึ่งมีนายอำเภอยะหริ่ง, ผู้กำกับ สภ.อ.ยะหริ่งตลอดจนผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่คอยให้การต้อนรับ ณ มัสยิดบาโลย ต.บาโลย อ.ยะหริ่ง จว.ป.น.
    - เมื่อวันที่ ๗ - ๘ ต.ค.๔๙ จัดอบรม "โครงการรวมพลังร่วมใจ ประดับธงชาติไทย เทิดไท้ มหาราชา " เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจในหลักศาสนาอิสลามเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยได้เชิญวิทยากรพิเศษ นาย นิเดร์ วาบา ประธานศูนย์ประสานงาน ดาอี จชต. มาบรรยายให้กับ จนท. ถึงขั้นการเข้าไปพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับผู้นำศาสนา,ผู้นำท้องถิ่น และผู้บริหารโรงเรียนสอนศาสนา ณ สหกรณ์ชุมชน บ.ทุ่งคล้า ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี และ บริเวณสถานีอนามัย ต.บาโลย อ.ยะหริ่ง จว.ป.น.
- เมื่อ ๙ พ.ย.๔๙ ผบ.ฉก.๒๒ เข้าร่วมเสวนาร่วมขั้นที่ ๒ กับคณะผู้บริหาร คณะครู อุสตาซ ร.ร.อัตตัรบียะห์อิสลามียะฮ์ และผู้นำศาสนา, ผู้นำท้องถิ่น ในพื้นที่ ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น ณ ร.ร.อัตตัรบียะห์อิสลามียะฮ์ บ.โคกนิบง ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น ฯ โดยมี พ.อ.ประเสริฐ แสงสูงเนิน เสธ.กกล.ศรีสุนทร เป็นประธานในการเสวนา
กลับเมนูหลัก
ฝ่ายยุทธการและการฝึก หน่วย ร.๑๖ พัน.๒.... dbsay3_162@hotmail.com